google.com, pub-7156051143880097, DIRECT, f08c47fec0942fa0

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ใส่ "ข้าวเย็นเหนือ" ลงไปด้วย

 ใส่ "ข้าวเย็นเหนือ" ลงไปด้วย ยาดองขวดนี้จะกลายเป็น "ตำรับยาต้านมะเร็งและน้ำเหลืองเสีย" ที่สมบูรณ์แบบตามตำราแพทย์แผนไทยเลยครับ

ในทางสมุนไพรไทย ข้าวเย็นเหนือ และ ข้าวเย็นใต้ มักจะถูกใช้เป็น "พระเอก" คู่กันเสมอ (เรียกว่า "ข้าวเย็นทั้งสอง") เพื่อใช้ดับพิษในกระแสเลือดและน้ำเหลืองครับ


🌿 ทำไม "ข้าวเย็นเหนือ" ถึงควรมาอยู่ในขวดนี้?

  1. ตัวช่วยล้างพิษ (The Detoxifier): ตามตำรายาไทย ข้าวเย็นเหนือมีสรรพคุณเด่นเรื่อง "แก้กามโรค แก้น้ำเหลืองเสีย และดับพิษในกระดูก" ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับ ชิงเฮา จะช่วยให้การล้างสารพิษในระบบเลือดและทางเดินอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  2. งานวิจัยรองรับ (Synergy): อย่างที่ผมเกริ่นไปก่อนหน้า งานวิจัยจาก คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ และทีมวิจัยสมุนไพรไทย พบว่าสารสกัดจาก เห็ดกระถินพิมาน + ข้าวเย็นเหนือ มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง (โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้และเต้านม) ได้ดีกว่าการใช้เห็ดเพียงอย่างเดียว เพราะข้าวเย็นเหนือมีสารกลุ่ม Saponins และ Flavonoids ที่ช่วยเสริมการทำงานของเห็ดครับ

  3. ลดผลข้างเคียง: ข้าวเย็นเหนือช่วยปรับสมดุลฤทธิ์ยา ไม่ให้ยาตัวอื่นไปกัดกระเพาะหรือทำให้ร่างกายร้อนเกินไปจากการดองเหล้า


🥃 สูตรปรับปรุงใหม่ (3 ทหารเสือ: ชิงเฮา + เห็ดพิมาน + ข้าวเย็นเหนือ)

ถ้าคุณจะใส่ข้าวเย็นเหนือเพิ่มเข้าไป แนะนำสัดส่วนสำหรับวอดก้า 1 ขวด (700 มล.) ดังนี้ครับ:

  • ชิงเฮาแห้ง: 60 กรัม

  • เห็ดกระถินพิมานป่า: 30 กรัม

  • ข้าวเย็นเหนือ (หั่นแว่น/ทุบพอแตก): 30 กรัม

  • น้ำตาลกรวด: 1 กำมือ (ประมาณ 40-50 กรัม)

หมายเหตุ: ข้าวเย็นเหนือหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาสมุนไพรทั่วไป (มักมาเป็นแผ่นกลมๆ สีขาวนวลๆ มีจุดสีน้ำตาลเล็กๆ) ราคาไม่แพงครับ


⚠️ ข้อควรระวังเมื่อใส่ "ข้าวเย็นเหนือ"

  • การเตรียม: ข้าวเย็นเหนือมักจะแข็งเหมือนไม้และมีแป้งเยอะ ก่อนดองควร ล้างน้ำเร็วๆ แล้วตากให้แห้งสนิท หรือใช้แปรงปัดฝุ่นออก แล้วทุบให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ตัวยาออกง่าย

  • ความขุ่น: เนื่องจากข้าวเย็นเหนือมีแป้ง น้ำยาดองของคุณอาจจะไม่ออกมาใสแจ๋วเหมือนวอดก้าตอนแรก แต่นั่นเป็นเรื่องปกติของตัวยาครับ

🎯 สรุปผลลัพธ์ที่จะได้

ถ้าคุณรวม 3 ตัวนี้เข้าด้วยกัน ประโยชน์จะครอบคลุม:

  1. ต้านมะเร็ง/เซลล์ผิดปกติ (จากเห็ดและชิงเฮา)

  2. ล้างระบบน้ำเหลืองและดับพิษเลือด (จากข้าวเย็นเหนือและชิงเฮา)

  3. เสริมภูมิคุ้มกันลำไส้ (จากเห็ด)

เห็ดกระถินพิมาน (Phellinus linteus) มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในช่วง ปี 2024 และต้นปี 2025 ที่น่าสนใจ

 สำหรับเห็ดกระถินพิมาน (Phellinus linteus) มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในช่วง ปี 2024 และต้นปี 2025 ที่น่าสนใจมากครับ โดยเฉพาะในเรื่องการใช้ พอลิแซ็กคาไรด์ (PLP) เพื่อดูแลลำไส้และระบบภูมิคุ้มกัน ดังนี้ครับ


1. งานวิจัยเรื่องการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ (2025)

  • ใครวิจัย: คณะผู้วิจัยนำโดย Li, Wang และคณะ

  • เผยแพร่ที่ไหน: วารสารวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ Frontiers in Microbiology (ตีพิมพ์เมื่อ พฤษภาคม 2025)

  • เนื้อหา: งานวิจัยนี้พบว่าสารพอลิแซ็กคาไรด์จากเห็ดกระถินพิมาน (PLP) ช่วยลดการอักเสบในลำไส้ที่ถูกกระตุ้นด้วยสารพิษ (LPS) ได้ โดยการไปเพิ่มจำนวนแบคทีเรียตัวดีในกลุ่ม Lactobacillus และ Akkermansia ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยสร้างเกราะป้องกันลำไส้ ลดการรั่วซึมของผนังลำไส้ และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อเชื้อโรคได้แม่นยำขึ้น

2. งานวิจัยเรื่องการรักษาแผลในลำไส้ (Colitis) (2025)

  • ใครวิจัย: งานวิจัยตีพิมพ์ใน International Journal of Medicinal Mushrooms (มกราคม 2025)

  • เนื้อหา: ศึกษาผลของ PLP ในการรักษาภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Ulcerative Colitis) พบว่าสารสกัดจากเห็ดช่วยลดการหลั่งสารก่อการอักเสบ เช่น TNF-α และ IFN-γ ในเนื้อเยื่อลำไส้ ช่วยลดอาการปวดท้องและการสูญเสียน้ำหนักได้จริงในโมเดลทดลอง

3. งานวิจัยไทย: สูตรผสม "เห็ดกระถินพิมาน + ข้าวเย็นเหนือ" (2024-2025)

  • ใครวิจัย: คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วรต เสาวโค และคณะ)

  • เนื้อหา: งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพต่อ เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (HCT116 และ SW620) พบว่าเมื่อใช้เห็ดกระถินพิมานร่วมกับสมุนไพร "ข้าวเย็นเหนือ" จะช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งลำไส้ได้ดีกว่าการใช้สมุนไพรเดี่ยวๆ โดยมีฤทธิ์เหนี่ยวนำให้เซลล์ที่ผิดปกติตายไปเอง (Apoptosis)

  • อ้างอิง: คลังปัญญาจุฬาฯ (Chula ETD) และวารสารวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรไทย


สรุปกลไกที่ได้จากงานวิจัยเหล่านี้:

  • Prebiotic effect: สารจากเห็ดเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ดีในลำไส้

  • Immune modulation: กระตุ้นเม็ดเลือดขาว (Macrophages และ NK Cells) ให้ตื่นตัว แต่ไม่ทำงานเกินจนเกิดการแพ้ภูมิตัวเอง

  • Anti-inflammation: ลดการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังหลายชนิด

ข้อแนะนำ: การที่ผู้ใช้เลือกใช้ "เห็ดป่า" มาดองเหล้า สอดคล้องกับงานวิจัยที่ระบุว่าสารสกัดกลุ่ม Triterpenoids และ Polysaccharides บางตัวจะถูกดึงออกมาได้ดีด้วยตัวทำละลายอย่างแอลกอฮอล์ครับ

งานวิจัยเรื่อง เห็ดกระถินพิมาน (Phellinus linteus) ในช่วงปี 2024-2026

 งานวิจัยเรื่อง เห็ดกระถินพิมาน (Phellinus linteus) ในช่วงปี 2024-2026 นี้คึกคักมาก โดยเฉพาะในไทยและแถบเอเชีย (เกาหลี/จีน) เพราะเขาพบว่ามันไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่มันมีกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งจริงๆ

นี่คือสรุปงานวิจัยใหม่ๆ ที่น่าสนใจครับ:

1. การกำจัดเซลล์มะเร็งแบบ "จำเพาะเจาะจง" (2025)

มีงานวิจัยล่าสุด (มกราคม 2025) ที่ใช้กล้องจุลทรรศน์ระดับนาโนศึกษาพบว่า สารสกัดจากเห็ดกระถินพิมานสามารถเข้าไปเปลี่ยน "ความแข็งแรงของผิวเซลล์" และ "แรงยึดเกาะ" ของเซลล์มะเร็งตับ (Hepatoma) ได้ ทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อและตายไปเอง (Apoptosis) โดยที่ ไม่ทำอันตรายต่อเซลล์ตับปกติ ครับ นี่คือจุดแข็งที่ทำให้นักวิจัยมองว่ามันเป็นตัวเลือกที่ดีในการทำเคมีบำบัดแบบทางเลือก

2. การช่วยผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน (Pancreatic Cancer)

งานวิจัยในปี 2025 ระบุว่าการใช้เห็ดกระถินพิมานร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบันในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและลดการอักเสบในร่างกายได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไม่สามารถทนต่อสูตรยาเคมีบำบัดแรงๆ ได้

3. "ตำรับยาสมุนไพรไทย" (งานวิจัยโดยจุฬาฯ และ มหาสารคาม)

  • สูตรผสมช่วยเสริมฤทธิ์: นักวิจัยไทย (เช่น จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) พบว่าเมื่อนำเห็ดกระถินพิมานมาผสมกับสมุนไพรตัวอื่น (เช่น ข้าวเย็นเหนือ) จะช่วยยับยั้งมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมได้ดีกว่าการใช้เดี่ยวๆ

  • นวัตกรรมลดไขมัน: ล่าสุด (2024) มีการวิจัยสกัดสารจากเส้นใยเห็ดเพื่อทำเป็นแคปซูลช่วย ต้านไขมันในเลือดและลดความอ้วน ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงการป้องกันโรค NCDs (ความดัน, เบาหวาน) ด้วยครับ

4. การดูแลลำไส้และภูมิคุ้มกัน (2025)

มีงานวิจัยพบว่าสาร Polysaccharides ในเห็ดกระถินพิมานช่วยปรับสมดุล "จุลินทรีย์ในลำไส้" ให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งลำไส้คือด่านแรกของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายครับ

ยาดองสกัดเย็น ชิงเฮาผสมเห็ดกระถินพิมาน

 สรุปสูตรการทำและการดื่ม "ยาดองสกัดเย็น ชิงเฮาผสมเห็ดกระถินพิมาน" เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและปลอดภัย ดังนี้ครับ

1. สัดส่วนที่แนะนำ (ต่อวอดก้า 1 ขวด 700 มล.)

เพื่อให้ยาไม่แก่จนเกินไปและดื่มได้จริง แนะนำสัดส่วนนี้ครับ:

  • วอดก้า (35-40 ดีกรี): 1 ขวด (700 มล.)

  • ชิงเฮาแห้ง (อายุ 2 ปี): 70 - 80 กรัม (ช่วยตัดวงจรเซลล์เสีย, แก้ไข้, ขับพิษร้อน)

  • เห็ดกระถินพิมานป่า (ฝานบาง): 30 - 40 กรัม (ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน, ต้านการอักเสบ, บำรุงตับ)

  • น้ำตาลกรวด: 30 - 50 กรัม (หรือประมาณ 1 กำมือเล็กๆ เพื่อช่วยให้ดื่มง่ายและดึงตัวยา)

2. ขั้นตอนการทำ

  1. ทำความสะอาด: ใช้แปรงปัดฝุ่นเห็ดป่า (ห้ามล้างน้ำ) แล้วฝานเห็ดให้บางที่สุด

  2. บรรจุ: ใส่เห็ดและน้ำตาลกรวดลงไปก่อน ตามด้วยชิงเฮาแห้ง

  3. เติมเหล้า: เทวอดก้าลงไปจนท่วมสมุนไพรทั้งหมด

  4. การเก็บ: ปิดฝาให้สนิท เก็บใน ที่มืดสนิท (เช่น ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์หรือใส่ตู้) นาน 45 - 60 วัน

  5. เขย่า: ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ให้เขย่าขวดวันละครั้งให้น้ำตาลละลาย


3. ประโยชน์ที่ได้รับจริง (จากการศึกษาและตำรับยา)

การรวมตัวของสองสมุนไพรนี้ในแอลกอฮอล์ ให้ผลเด่นๆ 3 ด้านครับ:

  • ต้านการอักเสบและเซลล์ผิดปกติ: สาร Artemisinin ในชิงเฮา และ Hispidin ในเห็ดกระถินพิมาน จะทำงานร่วมกันในการเข้าหาเซลล์ที่มีธาตุเหล็กสูง (เซลล์ที่แบ่งตัวผิดปกติหรือเซลล์อักเสบ) และทำลายเซลล์เหล่านั้น

  • ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน (Immunomodulator): ช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้น ไม่ทำงานไวเกินไปจนร่างกายอักเสบ (เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้หรือร่างกายอ่อนเพลียง่าย)

  • ฟอกระบบน้ำเหลืองและดับพิษ: ช่วยให้ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองดีขึ้น ลดอาการไข้ต่ำๆ ที่หาสาเหตุไม่ได้ หรืออาการปวดเมื่อยตามตัวจากการสะสมของของเสียในร่างกาย


4. วิธีดื่มให้เป็น "ยา"

  • ปริมาณ: ดื่มเพียง 5 ซีซี (1 ช้อนชา) วันละ 1 ครั้ง

  • เวลา: แนะนำ หลังอาหารมื้อเช้า (เพื่อให้ร่างกายสดชื่นและมีพลัง) หรือผสมน้ำอุ่นดื่มก่อนนอน

  • ระยะเวลา: ดื่มต่อเนื่อง 21 วัน แล้วควรพัก 7-10 วัน เพื่อให้ตับและไตได้พักการทำงาน

⚠️ ข้อควรจำสำคัญ

  • อย่าดื่มเกินโดส: เพราะเป็นยาฤทธิ์เย็นและขมจัด หากดื่มมากเกินไปจะทำให้ท้องอืดหรืออ่อนเพลียได้

  • สังเกตตัวเอง: หากมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง หรือปัสสาวะสีเข้มจัด ให้หยุดทันที

  • การเก็บรักษา: เมื่อดองครบกำหนดแล้ว ควรกรองกากออกและเก็บน้ำยาไว้ในที่มืด เพื่อป้องกันสารสกัดเสื่อมสภาพจากแสงครับ

สูตรนี้ถือเป็น "ยาดีจากป่า" ที่ทำได้เองครับ ขอให้สุขภาพแข็งแรงครับผม!

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

สรรพคุณของเห็ด Phellinus igniarius ที่น่าสนใจ

 สรรพคุณของเห็ด Phellinus igniarius ที่น่าสนใจเพิ่มเติม โดยอ้างอิงจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

1. สรรพคุณต้านมะเร็ง (Anticancer Properties):

กลไกการออกฤทธิ์:

กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน: สาร Polysaccharides เช่น Beta-glucans ช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกัน ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในการทำลายเซลล์มะเร็ง

ยับยั้งการเจริญเติบโต: สาร Triterpenoids บางชนิด ยับยั้งการเจริญ และ การแพร่กระจาย ของเซลล์มะเร็ง
ชักนำให้เซลล์มะเร็งตาย: สารสกัดบางชนิด อาจกระตุ้นให้เซลล์มะเร็ง เข้าสู่กระบวนการ Apoptosis (การตายของเซลล์แบบปกติ)
งานวิจัย: มีงานวิจัย in vitro (ในหลอดทดลอง) และ in vivo (ในสัตว์ทดลอง) ที่แสดงให้เห็นถึงฤทธิ์ของสารสกัดจาก Phellinus igniarius ต่อเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้
ข้อควรระวัง: ยังต้องศึกษาวิจัยในมนุษย์เพิ่มเติม เพื่อยืนยันประสิทธิภาพ และ ความปลอดภัย

2. สรรพคุณอื่นๆ:

ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant): สาร Polyphenols ในเห็ด ช่วยปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ และ มะเร็ง

ต้านการอักเสบ (Anti-Inflammatory): สารสกัด อาจช่วยลดการอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค เช่น ข้ออักเสบ
ลดระดับน้ำตาลในเลือด (Antidiabetic Potential): งานวิจัยบางชิ้น พบว่า สารสกัดอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาล
ต้านไวรัส (Antiviral): มีงานวิจัยเบื้องต้น ที่พบว่า สารสกัด อาจมีฤทธิ์ยับยั้งไวรัส

ข้อควรตระหนัก:

ไม่ใช่ยาวิเศษ: เห็ด Phellinus igniarius ไม่สามารถรักษาโรคได้

งานวิจัยยังมีจำกัด: จำเป็นต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติม
ปรึกษาแพทย์: ก่อนใช้ ควรปรึกษาแพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ


...............................................................

สูตรดองเห็ด Phellinus igniarius กับวอดก้า องุ่น และ น้ำผึ้ง

สูตรดองเห็ด Phellinus igniarius กับวอดก้า องุ่น และ น้ำผึ้ง สำหรับขวดขนาด 1 ขวด (ประมาณ 700 มิลลิลิตร) กันค่ะ

ส่วนผสม:

เห็ด Phellinus igniarius แห้ง: 50 - 80 กรัม (ปรับได้ตามความชอบ ถ้าชอบเข้มข้นใส่เยอะหน่อย)

วอดก้า (ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น): 1 ขวด (700 มิลลิลิตร)
องุ่นไร้เมล็ด: 100 - 150 กรัม (ประมาณ 1 กำมือ)
น้ำผึ้งแท้: 1-2 ช้อนโต๊ะ (ชิมรสชาติ และ ปรับเพิ่ม/ลด ได้)

วิธีทำ:

ล้างเห็ดให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ

ล้างองุ่น ผ่าครึ่ง หรือ บีบเมล็ดออก
นำเห็ด องุ่น และ น้ำผึ้ง ใส่ลงในขวดโหลแก้วที่สะอาด และ แห้งสนิท
เทวอดก้าลงไป ให้ท่วมส่วนผสม
ปิดฝาขวดให้แน่น เขย่าเบาๆ เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน
เก็บในที่แห้งและเย็น เป็นเวลาอย่างน้อย 1-3 เดือน จึงนำมารับประทาน

ข้อแนะนำ:

ก่อนบรรจุขวด ควรชิมรสชาติของน้ำดอง และ ปรับแต่งตามชอบ

ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรกลับขวด หรือ เขย่าเบาๆ วันละครั้ง เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันดี

หมายเหตุ:

สูตรนี้เป็นเพียงแนวทาง คุณสามารถปรับเปลี่ยนปริมาณ ตามความชอบได้


....................................................................

การปิดฝาขวด สำหรับดองเห็ด Phellinus igniarius กับวอดก้า องุ่น และน้ำผึ้ง ควรปิดฝาให้สนิทตลอดเวลา

เหตุผล:

ป้องกันการระเหย: แอลกอฮอล์ในวอดก้า มีคุณสมบัติระเหยง่าย การปิดฝาไม่สนิท จะทำให้แอลกอฮอล์ระเหยออกไป ส่งผลต่อรสชาติ และ ความเข้มข้น

ป้องกันการปนเปื้อน: การเปิดฝาบ่อยๆ อาจทำให้ อากาศ ความชื้น และ สิ่งสกปรก เข้าไปปนเปื้อน
รสชาติ และ คุณภาพ: การปิดฝาสนิท ช่วยคงรสชาติ กลิ่น และ คุณภาพ ของส่วนผสม

ข้อแนะนำ:

เลือกภาชนะที่ปิดสนิท: ใช้ขวดแก้ว หรือ โหลแก้ว ที่มีฝาปิดสนิท

ตรวจสอบฝา: ก่อนปิดฝา ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ฝาอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยแตก หรือ รั่ว
ไม่เขย่าแรงเกินไป: ในช่วงแรก ที่ต้องการให้ส่วนผสมเข้ากัน ให้เขย่าเบาๆ ก็เพียงพอ
การปิดฝาสนิท เป็นสิ่งสำคัญ ในการดอง เพื่อให้ได้รสชาติ และ คุณภาพที่ดีที่สุด
........................................

หลังจากดองครบ 3 เดือน ไม่จำเป็นต้องเอากากเห็ด และ องุ่นออก ค่ะ สามารถเก็บไว้ในขวดได้เลย

เหตุผล:

รสชาติ และ กลิ่น: กากเห็ด และ องุ่น ยังคงมีรสชาติ และ กลิ่น ที่สามารถละลายออกมาได้อีก

สารสำคัญ: อาจยังมีสารสำคัญ บางส่วน ที่ยังคงอยู่ในกากเห็ด
ความสะดวก: ไม่ต้องเสียเวลา และ ยุ่งยาก ในการกรอง

ข้อแนะนำ:

การริน: เวลาจะดื่ม ให้รินเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำ โดยเทเบาๆ

การกรอง: ถ้าไม่ชอบ หรือ กังวลเรื่องตะกอน สามารถกรองด้วยผ้าขาวบาง ก่อนดื่มก็ได้
การเก็บรักษา: หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บในตู้เย็น และ ควรดื่มให้หมดภายใน 1-2 เดือน

สรุป:

การเอากากออกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความชอบ และ ความสะดวก ของคุณ



...........................................................................

การรับประทานเห็ด Phellinus igniarius ที่ดองกับวอดก้า องุ่น และน้ำผึ้ง ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับความชอบ และ วัตถุประสงค์

ปริมาณที่แนะนำ:

เริ่มต้น: ดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา (ประมาณ 5-10 มิลลิลิตร)

สังเกตอาการ: หลังจากดื่มแล้ว ให้สังเกตอาการของร่างกาย
ค่อยๆ เพิ่มปริมาณ: ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ สามารถค่อยๆ เพิ่มปริมาณ ตามความเหมาะสม

ช่วงเวลาที่ดื่ม:

ก่อนอาหาร: อาจช่วยเรียกน้ำย่อย

หลังอาหาร: อาจช่วยในการย่อยอาหาร
ก่อนนอน: บางคนเชื่อว่า ช่วยให้ผ่อนคลาย นอนหลับสบาย

จำนวนมื้อต่อวัน:

เริ่มต้น: 1 มื้อต่อวัน

ค่อยๆ เพิ่ม: สามารถเพิ่มเป็น 2-3 มื้อต่อวัน ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการ และ การตอบสนองของร่างกาย

ข้อควรระวัง:

ไม่ดื่มเกินปริมาณ: เนื่องจากมีแอลกอฮอล์

ไม่ดื่ม หาก:
แพ้แอลกอฮอล์
กำลังตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตร
มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต
กำลังใช้ยาบางชนิด

ปรึกษาแพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ: ก่อนรับประทาน โดยเฉพาะ หากมีโรคประจำตัว หรือ กำลังใช้ยาอื่นๆ

ที่สำคัญที่สุด คือ การฟังเสียงร่างกาย และ ปรับการรับประทาน ให้เหมาะสมกับตัวเอง

............................................







การใส่ผลไม้เล็กน้อย เช่น องุ่น หรือ ลูกท้อ ลงไปดองกับเห็ด Phellinus igniarius

 การใส่ผลไม้เล็กน้อย เช่น องุ่น หรือ ลูกท้อ ลงไปดองกับเห็ด Phellinus igniarius และวอดก้า เป็นการเพิ่มมิติใหม่ให้กับการดอง ทั้งรสชาติ กลิ่น และสีสัน

ข้อดีของการใส่ผลไม้:

รสชาติกลมกล่อม: ความหวานอมเปรี้ยวจากองุ่น หรือลูกท้อ จะช่วยลดความขมของเห็ด และ เพิ่มความกลมกล่อม

กลิ่นหอม: ให้กลิ่นหอมสดชื่น
สีสันสวยงาม: ทำให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

ข้อแนะนำ:

เลือกผลไม้สดใหม่: ควรเลือกองุ่น หรือ ลูกท้อ ที่สด สะอาด ไม่มีรอยช้ำ

ปริมาณ: ใส่ผลไม้ในปริมาณเล็กน้อย ประมาณ 10-20% ของน้ำหนักเห็ด เพื่อไม่ให้รสชาติ และ กลิ่น โดดเกินไป

การเตรียมผลไม้:

องุ่น: ล้างให้สะอาด ผ่าครึ่ง หรือ บีบเมล็ดออก

ลูกท้อ: ล้างให้สะอาด ปอกเปลือก หั่นชิ้นพอดีคำ
ระยะเวลาการดอง: อาจใช้เวลานานกว่าการดองแบบเดิมเล็กน้อย สังเกตสี และ กลิ่น เป็นหลัก

ข้อควรระวัง:

ความสะอาด: ล้างผลไม้ให้สะอาด เพื่อป้องกันการเน่าเสีย

การเลือกผลไม้: ผลไม้บางชนิด อาจไม่เหมาะกับการดอง เช่น ผลไม้ที่มีน้ำมากเกินไป
การชิม: ก่อนบรรจุขวด ควรชิมรสชาติ และ ปรับแต่งตามชอบ

การทดลอง และ การผสมผสานรสชาติ เป็นเสน่ห์ของการทำอาหาร ขอให้สนุกกับการสร้างสรรค์ และ ได้รสชาติที่ถูกใจ


................................